ย้อนรอยประวัติศาสตร์หัวเมืองชั้นเอก ณ เมืองพิษณุโลกสองแคว

ย้อนรอยประวัติศาสตร์หัวเมืองชั้นเอก ณ เมืองพิษณุโลกสองแคว

02/01/2019 0 By Admin

เมืองพิษณุโลกสองแควเป็นจังหวัดภาคกลางตอนบนที่มีความสำคัญโดยในอดีตเป็นหัวเมืองชั้นเอกเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญก่อนที่พม่าจะเคลื่อนทัพเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา

โดยมีโบราณสถานและวัดสำคัญเพื่อท่องเที่ยวชมประวัติศาสตร์สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติจังหวัดพิษณุโลกก็มีให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเช่นกัน เรามาค้นหาความน่าสนใจของเมืองพิษณุโลกสองแควกันดีกว่าค่ะ ว่าจะน่าสนใจขนาดไหน

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

จุดแรกที่อยากแนะนำให้ไปกราบสักการะนั้นคือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า”วัดใหญ่” เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่มีความสวยงามมากที่สุดในประเทศไทยและมีความศักดิ์สิทธิ์โดยในอดีตมีการเล่าขนาดต่อๆกันมาว่าทุกครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะทำการออกรบ พระองค์ท่านจะทรงบวงสรวงพระพุทธชินราชทุกครั้งเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการทำศึกและพระองค์ท่านไม่เคยรบแพ้ศัตรูเลยสักครั้งเดียว

สำหรับภายในวัดใหญ่ยังมี พระพุทธชินศรีและ พระศรีศาสดาโดยตามประวัติได้สร้างพร้อมกับพระพุทธชินราชแต่สำหรับพระพุทธชินศรีและพระศรีศาสดา ณ วัดใหญ่ เป็นองค์จำลอง ส่วนองค์จริงประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งในอดีตได้มีการอัญเชิญพระพุทธชินราชลงไปพระนครเช่นกันแต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธชินราช เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ไม่สามารถอัญเชิญไปได้สำเร็จ พระพุทธชินราชจึงอยู่คู่จังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

องค์พระปรางค์

องค์พระปรางค์

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดใหญ่ยังมีสถานที่ให้เราได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ นั่นคือ องค์พระปรางค์ซึ่งเป็นอีกสถานที่สำคัญที่สุดของวัดโดยเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ในช่วงวันพระใหญ่สามารถขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุด้านบนได้

 

พระวิหารพระอัฏฐารส

พระวิหารพระอัฏฐารส

และจุดสำคัญต่อมาคือพระวิหารพระอัฏฐารสพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติมีความสูงประมาณ 10 เมตร คาดว่าก่อสร้างราว พ.ศ. 1800 หลังจากที่เราเดินสำรวจวัดใหญ่จนเต็มอิ่มข้างๆวัดใหญ่สามารถเดินไปที่วัดนางพญาซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสำคัญหรือเป็นที่รู้จักของนักสะสมพระนักคือพระพิมพ์นางพญามูลค่าหลักล้านได้ถือกำเนิดที่นี่

 

วัดนางพญา

สำหรับวัดนางพญามีการสันนิษฐานว่า พระวิสุทธิกษัตรีย์พระมเหสีในพระมหาธรรมราชาและทรงเป็นพระมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ ซึ่งหากไปวัดนางพญาแล้วต้องไปวัดราชบูรณะด้วยเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้ววัดราชบูรณะเป็นส่วนหนึ่งของวัดนางพญาแต่เนื่องจากมีการตัดถนนจึงทำให้แยกออกจากกันตั้งอยู่อีกฝากถนนของวัดนางพญาไม่ห่างกันมากนักโดยสามารถเดินไปได้

วัดนางพญา

โดยวัดราชบูรณะยังมีโบราณสถานเก่าแก่ให้ได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศและชมความสวยงาม เช่น พระวิหารหลวงวัดราชบูรณะศิลปะสมัยสุโขทัย ภายในมีหลวงพ่อทองดำ เป็นพระประธานในพระวิหารหลวงเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่ได้ลงรักปิดทองปางมารวิชัยศิลปะสมัยสุโขทัยประดิษฐานอยู่พร้อมกับจิตรกรรมฝาผนังสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของช่างสมัยรัชกาลที่ 4 โดยภายในยังมีมุมพิพิธภัณฑ์วัดราชบูรณะที่รวบรวมสิ่งของเก่าแก่โบราณที่หาชมได้ยาก

และภายในบริเวณของวัดยังมีโรงเก็บเรือพระที่นั่งรับเสด็จ ร.๕ ถูกเก็บไว้ที่นี่โดยเป็นเรือพระที่นั่งสมัยที่รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสจังหวัดพิษณุโลก โดยจุดนี้เป็นที่สนใจของประชาชนในการลอดใต้เรือซึ่งเชื่อว่าจะมีโชคลาภเงินทอง  และอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือ

เจดีย์หลวง

เจดีย์หลวง

ที่ยังคงสมบูรณ์และมีความสวยงามเป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยมฐานเจดีย์ทรงกลมใหญ่ศิลปะสมัยอยุธยาสันนิษฐานว่าลักษณะเหมือนเจดีย์ประธานแต่มีขนาดย่อส่วนให้เล็กลง สำหรับพระเจดีย์วัดราชบูรณะเป็นพระเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่และมีความสูงที่สุดในจังหวัดพิษณุโลก

นอกจากสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัดวาอารามเก่าแก่เมื่อมาที่จังหวัดพิษณุโลกทั้งทีต้องไม่พลาดที่จะไปกราบสักการะขอพรองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ซึ่งเดิมเป็นพระราชวังจันทร์เมื่อครั้งที่พระองค์ประดิษฐานอยู่ที่แห่งนี้ โดยบริเวณแห่งนี้ยังคงเหลือลักษณะโครงสร้างให้เราได้ชม สำหรับสถานที่แห่งนี้เราจะพบเห็นประชาชนที่มีความรัก ความศรัทธาและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแวะเวียนมาสักการะไม่ขาดสาย สำหรับจุดสุดท้ายที่อยากขอแนะน้ำเป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่สวยงามนั่นคือ

การล่องแก่งลำน้ำเข็ก

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

มีความยาวของลำน้ำประมาณ 135 กม. เป็นสถานที่ล่องแก่งที่ติดอันดับน่าเที่ยวของประเทศไทย ช่วงที่ล่องแก่มันส์ที่สุดคือช่วงหน้าฝน สำหรับใครที่อยากสัมผัสความสนุกหน้าฝนปีนี้วางแผนล่วงได้เลย และอีกสถานที่ท่องเที่ยงที่อยากแนะนำคือภูลมโลโดยมีการปลูกต้นพญาเสือโคร่งขนาดใหญ่ 2,000 ไร่ กลายเป็นแห่งซากุระเมืองไทยจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและชื่นชอบการถ่ายรูป ซึ่งการท่องเที่ยวภูลมโลสามารถขึ้นทางฝั่งจังหวัดพิษณุโลกได้เช่นกัน